ประเภทของรถยนต์ แต่ละทรงแตกต่างกันยังไง? เรียกแบบไหนถึงจะถูก

Last updated: 20 ธ.ค. 2565  |  99 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ประเภทของรถยนต์ แต่ละทรงแตกต่างกันยังไง? เรียกแบบไหนถึงจะถูก

การจะซื้อรถยนต์คันนึงนอกจากฟังก์ชันการใช้งานของรถแต่ละรุ่นแล้ว เทคโนโลยีและสมรรถนะของเครื่องยนต์ก็สำคัญ รวมไปถึงประเภทของรถยนต์ก็เช่นกัน ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า รถเก๋ง รถกระบะ รถ SUV บ่อย ๆ แต่จริง ๆ แล้ว รถยนต์นั้นมีหลากหลายรูปแบบมาก และเพื่อให้เข้าใจถึงประเภทรถยนต์ต่าง ๆ ได้ดีมากขึ้น 

1. Sedan

รถยนต์ที่หลาย ๆ คนคุ้นเคยกันดีกับรถเก๋งซีดาน หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Saloon (นิยมใช้เรียกในยุโรป) โดยมีจุดเด่นที่มีขนาดกระทัดรัด มี 4 ประตูและเป็นแบบมาตรฐานในการผลิตรถยนต์ อีกทั้งยังมีการแยกโซนสำหรับห้องสัมภาระและห้องโดยสาร  ตัวถังมีขนาดที่หลากหลาย ที่สำคัญการผลิตรถยนต์ประเภทนี้ยังครอบคลุมทั้งรถธรรมดาจนถึงรถหรูด้วย

ข้อดี : เมื่อวิ่งบนถนนทางเรียบจะสามารถเข้าโค้งดี มีความเกาะถนน มีความประหยัดในการขับขี่มากกว่า มีเครื่องยนต์หลากหลายและใช้พลังงานทางเลือก E85 ได้หลายรุ่น อีกทั้งยังมีขนาดกระทัดรัด

ข้อเสีย : ไม่เหมาะสำหรับคนที่มีสัมภาระ จุของได้ไม่มาก ตัวรถมีความเตี้ย ทำให้เมื่อขับออกนอกเมือง รถอาจจะเกาะถนนได้ไม่ดีเท่าที่ควร และยังไม่สามารถช่วยซับแรงกระแทกได้

เหมาะกับใคร : เหมาะการขับขี่ของครอบครัวขนาดเล็กหรือผู้ที่ต้องขับรถในเมืองเป็นประจำ

รถยนต์ Sedan รุ่นยอดนิยม 
รถ Sedan ราคาประหยัด: Mazda 3, MG5, Honda Civic, Nissan Almera, Mitsubishi Attrage

รถ Sedan ยอดนิยม: Honda Civic, Toyota Vios, Hoda Accord, Toyota Camry, Mazda 3, BMW 3 Series, Toyota Corolla Altis

รถ Sedan หรู: Honda Accrod, Toyota Camry, Audi RS, Jaguar XE, Lexus LS 300h, Mercedes Benz C-Class Saloon, BMW 3 Series, Mercedes Benz GLA, Volvo S60, BMW 2 Series Gran Coupe


 

2. Hatch Back

เป็นรถยนต์ที่มีลักษณะเหมือนกับรถประเภทแรก แต่จะมีความแตกต่างตรงที่ช่วงท้ายมีลักษณะตัด และยังมีให้เลือกทั้งรุ่น 3 ประตูและ 5 ประตู นับจากประตูฝั่งซ้าย – ขวา และฝากระโปรงหลังเป็น 1 ประตู ด้านท้ายรถยังมีพื้นที่ให้บรรจุสัมภาระเพิ่ม หรือสามารถพับเบาะแถวสองของรถเพื่อข่วยในการเพิ่มพื้นที่ได้ เหมาะกับการปรับแต่งการใช้งานได้หลากหลาย 

ข้อดี : มีพื้นที่ในการเก็บสัมภาระได้มากกว่า มีขนาดกระทัดรัด พื้นที่ภายในห้องโดยสารตอนหลังมีความโปร่งโล่ง และขายต่อได้ราคาดี

ข้อเสีย : รถแฮทช์แบ็กมีข้อเสียคือการเก็บเสียงมีประสิทธิภาพน้อยกว่าเพราะเสียงจะสามารถเข้าจากท้ายรถได้ง่ายกว่าซีดาน กระจกหลังจะเปื้อนได้ง่าย แอร์จะเย็นช้ากว่าเพราะพื้นที่ห้องโดยสารที่ใหญ่กว่าด้วย

เหมาะกับใคร : เหมาะกับคนที่มีสัมภาระเยอะ ต้องการรถที่สามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ แต่ไม่ต้องการรถขนาดใหญ่มาก 

รถยนต์ Hatch Back รุ่นยอดนิยม 
รถ Hatch Back ราคาประหยัด: Honda Jazz, Suzuki Swift, Toyota Yaris, Honda City Hatchback, Mitsubishi Mirage, Nissan March,Toyota Yaris GR Sport

รถ Hatch Back ยอดนิยม: Honda City Hatchback, Suzuki Swift, Toyota Yaris, Mitsubishi Mirage, Nissan March, Honda Jazz, Mazda 2

รถ Hatch Back หรู: Mazda 3 Fastback, Honda HR-V e:HEV, GWM Haval Jolion, Audi A3

 

 

3. Coupe

รถคูเป้ เป็นรถยนต์แบบสปอร์ตที่มี 2 ประตู มีการออกแบบหลังคาให้มีความลาดตรงช่วงท้าย โดยยังมีให้เลือกทั้งแบบ 2 ที่นั่งหรือ 4 ที่นั่งตามขนาดของตัวถังรถยนต์ เป็นรถสปอร์ตที่ไม่สามารถเปิดประทุนได้ เน้นการขับขี่โดยเฉพาะ 

ข้อดี : สมรรถนะเครื่องยนต์แรง ดีไซน์หรู มีเอกลัษณ์ที่โดดเด่น

ข้อเสีย : ไม่เหมาะกับการใช้งานอื่น ๆ นอกจากรูปลักษณ์และดีไซน์ที่สวยงาม นั่งได้ไม่สบาย เหมาะสำหรับนั่งแค่ 2 คน และราคาแพงกว่ารถยนต์ทั่วไป

เหมาะกับใคร : เหมาะกับคนที่ชอบเครื่องยนต์แรง ๆ ชอบสะสมรถยนต์ และเน้นการขับขี่มากกว่าการใช้งานอื่น ๆ 

รถยนต์ Coupe รุ่นยอดนิยม

Toyota GR86, Ford Mustang, Porsche Boxster, MG5, Mercedes-Benz CLS และ BMW X6 SUV, Mercedes AMG C43 Coupe, Audi TT Sline

 

 

4. Station Wagon

เป็นประเภทรถยนต์ที่สร้างความสับสนในแก่คนส่วนใหญ่ เนื่องจากมีความคล้ายคลึงกับรถ Hatcback แต่จะมีความแตกต่างตรงที่ตัวรถนั้นจะมีขนาดใหญ่กว่า ห้องโดยสารมีความกว้าง รวมไปถึงพื้นที่วางสัมภาระด้านหลังด้วย ทรงของรถยนต์ยังมีลักษณะที่ลาดต่ำและดูปราดเปรียวกว่า ที่สำคัญมักจะมีเสา D เพิ่มเข้ามา เพื่อช่วยในเรื่องของพื้นที่โดยสาร

ข้อดี : มีพื้นที่ขนาดความ และสามารถใส่ของได้มากขึ้น ฝากระโปรงท้ายสามารถเปิดยกสูงได้เหมือนกับรถ 5 ประตู (Hatchback) 

ข้อเสีย : ไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนักในบ้านเรา ทำให้อาจหาอะไหล่ซ่อมได้ยาก

เหมาะกับใคร : เหมาะเป็นรถครอบครัวที่มีสมาชิกไม่มาก 

รถยนต์ Station Wagon รุ่นยอดนิยม 

MG EP, Mercedes-Benz E-Class Estate, Subaru Outback

5. Crossover

รถอเนกประสงค์ Crossover หรือเรียกอีกชื่อว่า Crossover Utility Vehicle เป็นรถที่ได้รับอิทธิพลมาจากรถ SUV แต่มีขนาดเล็กกว่า ทำให้รถ Crossover มีความคล่องตัวกว่ารถเก๋งธรรมดา แต่ก็ยังไม่ได้สมบุกสมบันเท่ารถ SUV อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นข้อแตกต่างที่ชัดเจนของ Crossover และ SUV คือการที่ SUV เป็นแบบ 4 ล้อ พร้อมตัวถังที่มีขนาดที่ใหญ่กว่า ส่วน Crossover มักจะเป็นระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ แต่มีเป็นบางรุ่น ที่เพิ่มระบบขับ 4 มาด้วย 

ข้อดี : สามารถขับรถแบบลุย ๆ ได้ในระดับหนึ่งคล้ายกับรถ SUV  สามารถใช้งานได้หลากหลาย ให้ทัศนวิศัยในการขับรถได้ดี เพราะรถมีการยกสูง

ข้อเสีย : อาจยึดเกาะถนนได้ไม่ดี ขึ้นอยู่กับรุ่นรถที่เลือก

เหมาะกับใคร : การเดินทางทั่วไป ใช้งานไม่หนัก เหมาะสำหรับรถครอบครัวในเมือง 

รถยนต์ Crossover รุ่นยอดนิยม 
รถ Crossover ราคาประหยัด: Mazda CX-3, NEW MG ZS, Nissan Kicks e-POWER 

รถ Crossover ยอดนิยม: MG ZS EV, Honda BR-V, Mazda CX-3, Nissan Kicks e-POWER

รถ Crossover หรู: Toyota C-HR HEV Premium Safety, Toyota GR Sport, Mazda CX-30, Subaru XV EyeSight

 

 

6. Lift back

รถยนต์ประเภทนี้เป็นรถที่มักจะไม่ค่อยพบเห็นมากเท่าไหร่ โดยจะมีลักษณะคล้ายรถ Sedan และ Coupe แต่จะมีความแตกต่างตรงที่ฝากระโปรงหลังของ Lift back จะต่อเนื่องเป็นชิ้นเดียวกับกระจกบังลมหลัง เวลาที่เปิดฝากระโปรงหลังกระจกบังลมหลังก็จะถูกเปิดขึ้นด้วย โดยมีการนำเอาข้อดีของรถซีดานมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบให้ตรงตามหลักอากาศพลศาสตร์มากขึ้น 

ข้อดี : เป็นส่วนผสมกันระหว่างรถซีดานและรถ Hatch Back

ข้อเสีย : ส่วนใหญ่เป็นรถรุ่นเก่า ทำให้หาอะไหล่ซ่อมเปลี่ยนยาก

เหมาะกับใคร : สำหรับคนที่ขับขี่ทั่วไป บรรทุกสัมภาระได้พอประมาณ 

รถยนต์ Lift back รุ่นยอดนิยม

Toyota Prius, Mercedes Benz CLS Class

 

 

7. PPV

รถ PPV ย่อมาจากคำว่า Pick-Up Passenger Vehicle ซึ่งก็คือรถอเนกประสงค์ที่ดัดแปลงมาจากรถกระบะนั่นเอง ที่พิเศษคือ PPV คือชื่อเรียกที่เรียกกันเฉพาะในไทยเท่านั้น รถ PPV เป็นการนำรถกระบะรุ่นที่มีทั้งขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ หรือรุ่นยกสูงมาดัดแปลงกลายเป็นรถยนต์โดยสาร โดยจุดเด่นของรถประเภทนี้อยู่ที่พื้นที่ภายในสามารถรองรับได้สูงสุด 7 ที่นั่ง และสามารถเสริมฟีเจอร์ได้มากกว่า SUV สามารถลุยเส้นทางได้หลากหลายกว่า

ข้อดี : ห้องโดยสารมีความกว้างขวาง สามารถบรรจุผู้โดยสารและสัมภาระต่างๆ ได้เป็นจำนวนมาก และยังสามารถขับไปลุยในที่สมบุกสมบันได้สบายๆ ช่วงล่างแน่น ขับได้นุ่ม

ข้อเสีย : การออกตัวอาจอืดหน่อย พวงมาลัยหนักนิดๆ ส่วนช่วงล่างจะโคลงหน่อย เพราะพื้นฐานมาจากกระบะ ส่วนเบาะที่นั่งแถวหลังโดยเฉพาะรถ 7 ที่นั่งจะมีขนาดเล็กและแคบ

เหมาะกับใคร : เหมาะสำหรับครอบครัวที่ทีสมาชิกเยอะและต้องการรถที่สามารถใช้งานได้อเนกประสงค์

รถยนต์ PPV รุ่นยอดนิยม

Isuzu Mu-X, Mitsubishi Pajaro, Ford Everest และ Toyota Fortuner

 

 

8. MPV

รถ MPV หรือรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ย่อมากจากคำว่า Multi Purpose Van จัดเป็นรถเอนกประสงค์ประเภทหนึ่งที่ออกแบบมาให้รองรับผู้โดยสารได้จำนวนมาก โดยส่วนใหญ่แล้วรถ MPV จะสามารถนั่งได้ประมาณ 5 – 7 คน และยังมีพื้นที่เพียงพอสำหรับใส่สัมภาระขนาดใหญ่อีกด้วย หรืออาจมองได้ว่ารถ MPV ก็คือมินิแวนที่เหมาะกับครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคนนั่นเอง

ข้อดี : มีห้องโดยสารขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้จำนวนมาก อีกทั้งยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ มีฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ ที่ถูกออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานแบบครอบครัว

ข้อเสีย : ราคาสูงกว่ารถทั่วไปและอาจหาที่จอดรถได้ยากเมื่อต้องขับในเมือง

เหมาะกับใคร : ครอบครัวที่มีสมาชิกเยอะ โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ หรือคนที่ต้องการรถยนต์ที่มีที่นั่งโดยสารมาก

รถยนต์รุ่นยอดนิยม

Suzuki Ertiga GL, Honda Mobilio S, Toyota Sienta, Honda BR-V, Suzuki XL7 GLX, Mitsubishi Xpander GLS-LTD, Toyota Veloz 1.5 Smart, MG V80 2.5, Toyota Innova Crysta 2.0 Entry, Hyundai H-1 Touring

 

 

9. SUV

รถ SUV ย่อมาจากคำว่า Sports Utility Vehicle ที่แปลว่ารถสปอร์ตอเนกประสงค์อีกทั้งยังเป็นรถยนต์ที่สามารถขับแบบ Off-road ได้ รถ SUV ยังครอบคลุมถึงรถยนต์ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดใหญ่ เช่น Range Rover และ Chevrolet นอกจากนี้รถ SUV ยังมีคุณสมบัติพิเศษคือการใช้งานอย่างยืดหยุ่น สามารถนำไปปรับใช้กับกิจกรรมลุยๆ ได้หลายอย่าง แต่ก็ยังคงความสวยสปอร์ตดูคล่องแคล่ว ตัวรถยังมาในรูปแบบตัวถังขนาดใหญ่ เหมาะกับครอบครัวที่มีขนาดใหญ่ที่ต้องการใช้พื้นที่ในรถยนต์อย่างกว้างขวาง ซึ่งปัจจุบันกระแสของรถประเภท SUV กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

ข้อดี : ห้องโดยสารขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว้างขวางและตัวรถยกสูงกว่ารถยนต์ทั่วไปทำให้นั่งสบาย วิสัยทัศน์ในการขับขี่ดี และยังสามารถขับขี่ไปในพื้นที่ลุยๆ ได้ เช่นพื้นที่ขุรขะ นอกจากนี้ยังมีช่วงล่างที่นุ่มนวลอีกด้วย

ข้อเสีย : มีราคาค่อนข้างสูงและมีค่าบำรุงรักษาแพงกว่ารถยนต์ทั่วไป และอาจจะไม่เหมาะกับคนที่ชอบขับรถกะทัดรัดนัก เพราะ SUV มีขนาดค่อนข้างใหญ่ หาพื้นที่จอดค่อนข้างยาก และมักจะกินน้ำมันด้วย

เหมาะกับใคร : เหมาะกับครอบครัวสายผจญภัย ขับรถแบบลุย และชอบขับรถออกนอกเมืองบ่อย ๆ หรือคนที่ต้องการรถยนต์ที่มีพื้นที่จุสัมภาระได้มาก และรองรับผู้โดยสารได้เยอะ

รถยนต์รุ่นยอดนิยม

Toyota Fortuner, Honda CRV, Ford Everest, Isuzu MU X, GWM Haval H6

 

10. Pick up

ปิกอัพหรือที่เราคุ้นหูกันดีว่ารถกระบะนี้ เป็นรถที่มีลักษณะเด่นของตัวรถที่มีการแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนหน้าเป็นห้องโดยสารทั่วไป และส่วนหลังเป็นกระบะสำหรับบรรทุกของ รวมไปถึงสามารถเปิดท้ายได้ ซึ่งพื้นที่โดยสารนั้นจะแบ่งออกเป็นแบบ 2 ที่นั่งและ 4 ที่นั่ง  ส่วนขนาดของกระบะนั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดของห้องโดยสาร รถกระบะยังเหมาะกับการใช้งานหนัก โดยเฉพาะการบรรทุกของ การขับขี่ที่สมบุกสมบันอย่างการขับออฟโรดได้ อีกทั้งยังเป็นประเภทรถยอดนิยมในเมืองไทยด้วย

ข้อดี : สามารถบรรทุกของได้เยอะ ช่วงล่างแน่น สมรรถภาพเครื่องยนต์ดี สามารถขับลุยได้ทุกที่โดยเฉพาะเส้นทางขรุขระ ค่าบำรุงรักษาถูก สามารถขับลุยน้ำท่วมได้ โดยเฉพาะในรุ่นที่ยกสูง

ข้อเสีย : ค่อนข้างกินน้ำมัน ขนาดรถค่อนข้างใหญ่เทอะทะ ไม่ค่อยเหมาะกับขับในเมือง ห้องโดยสารมีขนาดค่อนข้างเล็ก ไม่รองรับผู้โดยสารจำนวนมาก 

เหมาะกับใคร : เหมาะสำหรับคนที่ต้องการรถเพื่อการบรรทุกสัมภาระจำนวนมาก และต้องการรถยนต์ที่สามารถขับลุยได้ทุกเส้นทาง

รถยนต์ Pick up รุ่นยอดนิยม 
รถ Pick up ราคาประหยัด: TATA Xenon, Isuzu D-MAX, Ford Ranger, Mitsubishi Triton, Toyota Revo Standard Cab 2.4 Entry, Mazda BT-50, Nissan Navara, MG Extender

รถ Pick up ยอดนิยม: Isuzu D-Max X-Series, Isuzu D-MAX V-Cross, Toyota Hilux Revo, Mazda BT-50 Double Cab, Nissan Navara 

รถ Pick up หรู: Mercedes-Benz X-Class

 

 

11. Van

สำหรับรถประเภทนี้จะมีจุดเด่นที่หลังคาสูงใหญ่ ให้ความสะดวกสบายในการโดยสาร มาพร้อมกับประตูสไลด์ทำให้ง่ายต่อการเข้า – ออก ภายในห้องโดยสารยังสามารถปรับเบาะได้ และตัวรถยังมีการยกสูงด้วย ทำให้คล่องตัวต่อการเข้าออก เป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อการรองรับผู้โดยสารจำนวนมาก อีกทั้งยังเหมาะกับเป็นรถครอบครัวด้วย

ข้อดี : จะนั่งหรือจะนอนในรถก็ทำได้สบาย เพราะห้องโดยสารมีความกว้างขวาง เบาะปรับได้ทั้งเอนนอนและนั่ง สามารถขนสมัมภาระได้เยอะ สามารถประยุกต์เป็นรถบ้านเล็ก ๆ ได้

ข้อเสีย : ราคาแพงและมีค่าบำรุงรักษาที่ค่อนข้างสูง

เหมาะกับใคร : เหมาะสำหรับรถครอบครัวหรือคนที่ท่องเที่ยวบ่อย ๆ 

รถยนต์รุ่นยอดนิยม 

Hyundai Staria, Toyota Hiace, Volkswagen Caravelle

 

 

12. Cabrio

หลาย ๆ คนคงจะคุ้นเคยกับรถรุ่นนี้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นรถที่เรียกอีกชื่อว่า รถเปิดประทุน (Convertible) หรือรถสปอร์ต 2 ประตู โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีที่นั่งจำกัดเพียงแค่ 2-4 ที่นั่งเท่านั้น รถยนต์ประเภทนี้จะมีจุดเด่นตรงที่หลังคาสามารถเปิด – ปิดได้ สามารถเปิดหลังคารับชมทัศนียภาพในวันที่อากาศดี ๆ ได้ แต่ที่สำคัญรถประเภทนี้จะมีราคาแพงเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีบางรุ่นที่สามารถถอดยกกออกได้ หรือเป็นหลังคาแข็งแบบแก้ว หรือ Targa

ข้อดี : หลังคารถสามารถเปิดออก พับเก็บได้ทางด้านหลัง ทำให้เห็นภายในรถอย่างชัดเจนรมถึงตัวคนขับด้วย

ข้อเสีย : ที่นั่งจำกัด ส่วนใหญ่จะมีให้เห็นเพียง 2 ที่นั่ง ซึ่งรุ่น 4 ที่นั่งจะมีให้เห็นน้อยมาก อีกทั้งยังมีราคาแพง บวกกับค่าบำรุงรักษาแพง ไม่สามารถใช้งานอื่น ๆ ได้ นอกจากการขับขี่เท่านั้น

เหมาะกับใคร : เหมาะสำหรับคนที่เน้นดีไซน์ของของรถยนต์ และใช้งานสำหรับขับขี่ทั่ว ๆ ไป

รถยนต์รุ่นยอดนิยม

BMW Z4 Roadster M40i, Mercedes Benz SL Roadster, Audi TT Roadster, Aston Martin Vantage Roadster

 

 

13. Sport car

ในส่วนของรถกลุ่มนี้จะต่อยอดมาจากตัวถังคูเป้เป็นหลัก แต่มีบางรุ่นที่เป็นแบบ 4 ประตู โดยจะมีเน้นการออกแบบให้ลู่ลมมากที่สุด และเกาะถนนมากที่สุด อีกทั้งยังมีกำลังเครื่องยนต์สูง มีการออกแบบท้องรถให้ต่ำ ล้อขนาดใหญ่ เครื่องยนต์จะถูกวางไว้ตรงกลางหรือด้านหลัง มีการใช้วัสดุน้ำหนักมาประกอบ นอกจากนี้รถสปอตร์คาร์ยังมีการแบ่งออกตามกำลังของเครื่องยนต์ด้วย ซึ่งได้แก่

Supercar เป็นรถที่มีสมรรถนะมากกว่า 500 แรงม้าขึ้นไป เช่น Porsche 911, Mercedes Amg GT, Lamborghini Huracan และ Ferrari 488
Muscle Car เน้นเครื่องยนต์ทรงพลัง พร้อมตัวถังที่บึกบึน เช่น Ford Mustang และ Dodge Challenger
Hypercar มีการใช้เทคโนโลยีจากรถแข่งมาใส่ไว้ในรถสปอร์ต เครื่องยนต์ที่ให้กำลังมากกว่า 800 ถึงพันแรงม้าขึ้นไป ที่สำคัญคือมักผลิตในจำนวนจำกัด อีกทั้งยังมีราคาที่สูงมาก เช่น Bugatti Veyron, Pagani Huayra, Ferrari LaFerrari และ McLaren P1
ข้อดี : ดีไซน์สวยหรู โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เครื่องยนต์สมรรถนะแรง มีความเร็วสูง 

ข้อเสีย : ราคาแพง ต้องหมั่นบำรุงรักษาเป็นประจำ รวมไปถึงค่าซ่อมแซมที่สูงด้วย ไม่เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป

เหมาะกับใคร : เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความ Luxury และชอบเครื่องยนต์ที่แรง เน้นดีไซน์สวยหรู

รถยนต์รุ่นยอดนิยม

BMW 3 Series, BMW 2 Series, Subaru WRX, Mazda MX-5, Audi TT, Ford Mustang, Mercedes-Benz CLA, BMW Z4, Toyota Supra

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้